วันอังคารที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2554

Translate - Brown eyes by Destiny's child


Destiny’s Child – Brown Eyes
Translate by Ob-1_keNobii

Remember the first day when I saw your face
Remember the first day when you smiled at me   
You stepped to me and then you said to me
I was the woman you dreamed about
จดจำวันแรกที่ฉันนั้นได้พบหน้าเธอ
จดจำวันแรกที่ที่เธอส่งยิ้มให้ฉัน
เธอเดินมาหาฉัน และพูดกับฉันว่า
ฉันคือผู้หญิงที่เธอใฝ่ฝันถึง

Remember the first day when you called my house
Remember the first day when you took me out
we had butterflies although  we tried to hide it
and  we both had a beautiful night
จดจำวันแรกที่เธอโทรมาที่บ้านฉัน
จดจำวันแรกที่เธอพาฉันออกไปเที่ยว
เราต่างก็รู้สึกปรีดา แม้ว่าเราจะพยายามไม่แสดงออก
และคืนนั้นก็เป็นคืนที่งดงามสำหรับเราสองคน

The way we held each others hand,
the  way we talked, the way we laughed
it felt so good to find true love
I knew right then and there you were the one
o-oo-oooooo
การที่เราจับมือกันและกัน
 การที่เราได้พูดคุยกัน ได้หัวเราะร่วมกัน
มันดีมากแค่ไหนที่เราได้พบรักแท้
ฉันรู้แล้วว่าเธอนั้นคือหนึ่งเดียวในใจ

I know that he loves me cause he told me so
I know that he loves me cause his feelings show
When he stares at me you see he cares for me
You see how he is so deep in love
ฉันรู้ว่าเขารักฉันเพราะเขาบอกฉัน
ฉันรู้ว่าเขารักฉันเพราะความรู้สึกของเขาแสดงเช่นนั้น
เมื่อเขาจ้องมองฉัน คุณจะรู้ได้เลยละว่าเข้าห่วงใยฉัน
คุณเห็นไหมว่าเขาซาบซึ้งในความรักแค่ไหน

I know that he loves me cause its obvious
I know that he loves me cause its me he trusts
and he's missing me if he's not kissing me
and  when he looks at me his brown eyes tell his soul
ฉันรู้ว่าเขารักฉันเพราะเขาแสดงออกอย่างชัดเจน
ฉันรู้ว่าเข้ารักฉันเพราะเป็นฉันที่เขาไว้ใจ
และเขาจะฉวิลหาฉัน ถ้าเขาไม่ได้จูบฉัน
และเมื่อเขามองมาที่ฉัน ดวงตาสีน้ำตาลคู่นั้นสื่อถึงจิตวิญญาณของเขาได้อย่างดี

Remember the first day, the first day we kissed
Remember the first day we had an argument
we apologized and then we compromised
and we've haven't argued since
จดจำวันแรก วันแรกที่เราจูบกัน
จดจำวันแรกที่เรามีปากเสียงกัน
เราต่างขอโทษและประณีประนอมซึ่งกันและกัน
และเราก็ไม่เคยทะเลาะกันอีกเลย

Remember the first day we stopped playing games
Remember the first day you fell in love with me
it felt so good for  you to say those words
cause I felt the same way too
จดจำวันแรกที่เราเลิกเล่นกันเหมือนเด็กๆ
จดจำวันแรกที่ที่เธอตกหลุมรักฉัน
ฉันดีใจที่ได้ยินคำนั้นจากปากของเธอ
เพราะ ฉันก็รู้สึกเช่นเดียวกับเธอ

The way we held each other's hands,
the way we talked, the way we laughed
it felt so good to fall in love
and I knew right there and then that you were the one
การที่เราจับมือกันและกัน
 การที่เราได้พูดคุยกัน ได้หัวเราะร่วมกัน
มันดีมากแค่ไหนที่เราได้มีความรัก
และก็ฉันรู้แล้วว่าเธอนั้นคือหนึ่งเดียวในใจ

I know that he loves (me)cause he told me so
I know that he loves me cause his feelings show
When he stares at me you see he cares for me
You see how he is so deep in love
I know that he loves me cause it's obvious
I know that he loves me cause it's me he trust
and he's missing me if he's not kissing me
and when he looks at me his brown eyes tell his soul
ฉันรู้ว่าเขารักฉันเพราะเขาบอกฉัน
ฉันรู้ว่าเขารักฉันเพราะความรู้สึกของเขาแสดงเช่นนั้น
เมื่อเขาจ้องมองฉัน คุณจะรู้ได้เลยละว่าเข้าห่วงใยฉัน
คุณเห็นไหมว่าเขาซาบซึ้งในความรักแค่ไหน
ฉันรู้ว่าเขารักฉันเพราะเขาแสดงออกอย่างชัดเจน
ฉันรู้ว่าเข้ารักฉันเพราะเป็นฉันที่เขาไว้ใจ
และเขาจะฉวิลหาฉัน ถ้าเขาไม่ได้จูบฉัน
และเมื่อเขามองมาที่ฉัน ดวงตาสีน้ำตาลคู่นั้นสื่อถึงจิตวิญญาณของเขาได้อย่างดี

I'm so happy, so happy that your in my life
and baby now that your apart of me
you've shown me
shown me the true meaning of love(the true meaning of love)
and I know he loves me
ฉันมีความสุขมาก มีความสุขมากๆที่มีเธอเข้ามาในชีวิต
ที่รัก เธอคือส่วนหนึ่งของฉัน
เธอทำให้ฉันเห็น...เห็นความหมายที่แท้จริงของคำว่าความรัก
และฉันรู้ว่าเขารักฉัน

I know that he loves me cause he told me so
I know that he loves me cause his feelings show
When he stares at me you see he cares for me
You see how he is so deep in love
I know that he loves me cause it's obvious
I know that he loves me cause it's me he trust
and he's missing me if he's not kissing me
and when he looks at me his brown eyes tell his soul
ฉันรู้ว่าเขารักฉันเพราะเขาบอกฉัน
ฉันรู้ว่าเขารักฉันเพราะความรู้สึกของเขาแสดงเช่นนั้น
เมื่อเขาจ้องมองฉัน คุณจะรู้ได้เลยละว่าเข้าห่วงใยฉัน
คุณเห็นไหมว่าเขาซาบซึ้งในความรักแค่ไหน
ฉันรู้ว่าเขารักฉันเพราะเขาแสดงออกอย่างชัดเจน
ฉันรู้ว่าเข้ารักฉันเพราะเป็นฉันที่เขาไว้ใจ
และเขาจะฉวิลหาฉัน ถ้าเขาไม่ได้จูบฉัน
และเมื่อเขามองมาที่ฉัน ดวงตาสีน้ำตาลคู่นั้นสื่อถึงจิตวิญญาณของเขาได้อย่างดี

He looks at me and his brown eyes tell his soul
เมื่อเขามองมาที่ฉัน ดวงตาสีน้ำตาลคู่นั้นสื่อถึงจิตวิญญาณของเขาได้อย่างดี



 

วันเสาร์ที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2554

Tanslate - Take a bow by Rihanna

Rihanna – Take a bow
Translate By Ob-1_keNobii

    เนื้อเพลงนี้ของหนูห่านโดนใจมาก ๆ ประชดประชันสุดฤทธิ์  .. บรรดาคุณๆที่คิดจะนอกใจแฟนก็ดูไว้ให้ดี เดี๋ยวนี้หมดยุคนางเอกหนังไทยสมัยเก่าแล้วละ .. รู้ไว้ซะ  


Oh, how about a round of applause
Yeah, standing ovation  Ooh, oh yeah
Yeah y-yeah yeah
เสียงปรบมือดังกึกก้อง
ผู้คนชื่นชมกันใหญ่

You look so dumb right now
Standing outside my house
Trying to apologize
You’re so ugly when you cry
Please, just cut it out
นายดูงี่เง่ามากเลยตอนนี้
ยืนอยู่หน้าบ้านฉัน
พยายามขอโทษขอโพย
นายน่าเกลียดมากเวลาที่ร้องไห้
ได้โปรดหยุดเถอะนะ  

Don’t  tell me you’re sorry 'cause you’re not
And baby when I know you’re only sorry you got caught
อย่ามาบอกฉันว่านายเสียใจ เพราะยูไม่ได้รู้สึกอย่างนั้น
 นายเสียใจเพราะถูกฉันจับได้ต่างหากละ

But  you put on quite a show, really had me going
But now it’s time to go, curtain’s finally closing
That  was quite a show, very entertaining
But it’s over now
(But it’s over now)
Go on and take a bow
แต่นายก็แสดงได้เก่งเหมือนกันนะ  ทำให้ฉันเคลิ้มตามไปด้วย
แต่ตอนนี้หมดเวลาแล้วละ ม่านการแสดงปิดลงแล้ว
นั่นเป็นการแสดงที่ดีมาก สนุกมากอะ
แต่มันจบแล้วละ !
ไปซะ อำลาการแสดงได้แล้ว

Grab your clothes and get gone
You better hurry up before the sprinklers come on
Talking 'bout,  Girl, I love you," "You’re the one"
This just looks like a rerun
Please, what else is on?
เก็บเสื้อผ้ายัดใส่ถุงปุ๋ยได้แระ
นายควรจะรีบๆไปก่อนที่เครื่องฉีดน้ำจะทำงาน
นายเอาแต่พูดว่า ที่รัก ผมรักคุณ คุณคือที่หนึ่ง
มันเหมือนกันกับเอาหนังมาฉายซ้ำอย่างนั้นแหละ
ได้โปรดเถอะ มีอะไรมาแสดงอีกไหม

Don’t tell me you’re sorry 'cause  you’re not
And baby when I know you’re only sorry you got caught
อย่ามาบอกฉันว่านายเสียใจ เพราะยูไม่ได้รู้สึกอย่างนั้น
นายเสียใจเพราะถูกฉันจับได้ต่างหาก

But you put on quite a show, really had me going
But now it’s time to go, curtain’s finally closing
That was quite a show, very entertaining
But it’s over now
(But it’s over now)
Go on and take a bow
แต่นายก็แสดงได้เก่งเหมือนกันนะ  ทำให้ฉันเคลิ้มตามไปด้วย
แต่ตอนนี้หมดเวลาแล้วละ ม่านการแสดงปิดลงแล้ว
นั่นเป็นการแสดงที่ดีมาก สนุกมาก
แต่มันจบแล้วละ
ไปเถอะ เลิกแสดงเสียที

Oh, and the award for the best liar goes to you
(Goes to you)
For making me believe that you could be faithful to me
Let's hear your speech out
และรางวัลสำหรับนักตอแ__ตัวยงก็ตกเป็นของนาย
ที่ทำให้ฉันเชื่อว่านายยังซื่อสัตย์ต่อฉันอยู่
เราลองมาฟังสุนทรพจน์ของนายกันสิ !


How about a round of applause
A standing ovation
เสียงปรบมือเกรียวกราว
ลุกขึ้นยืนเพื่อปรบมือและแสดงความยินดี


But you put on quite a show, really had me going
Now it’s time to go, curtain’s finally closing
That was quite a show, very entertaining
But it’s over now
(But it’s over now)
Go on and take a bow
But it's over now................
แต่นายก็แสดงได้เก่งเหมือนกันนะ  ทำให้ฉันเคลิ้มตามไปด้วย
แต่ตอนนี้หมดเวลาแล้วละ ม่านการแสดงปิดลงแล้ว
นั่นเป็นการแสดงที่ดีมาก สนุกมาก
แต่มันจบแล้ว
ไปเถอะ เลิกแสดงเสียที
ละครจบแล้วละ !


Credit ช่วยแปล .. เพลงนี้ศัพท์หินพอควร
http://music.becteroradio.com/song/901/translate




 

วันศุกร์ที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2554

Translate - Irreplacable of Beyonce

Beyonce – Irreplacable
Translate By Ob-1_keNobii (แปลแบบแสบๆคันๆ)



To the left
To the left
ไปทางซ้าย
ไปทางซ้าย

To the left
To the left
อยู่ทางซ้าย
อยู่ทางซ้าย

Mmmm to the left, to the left
Everything you own in the box to the left
In the closet, that's my stuff
Yes, if I bought it, baby, please don't touch (don't touch)
เชิญทางซ้าย เชิญทางซ้าย
บรรดาข้าวของของนายอยู่ในกล่องทางซ้ายโน่น
ส่วนในตู้เสื้อผ้านั้นนะ ของๆฉัน
ใช่ ถ้าฉันซื้อมัน ขอความกรุณาอย่าแตะต้องของเหล่านั้น (อย่าแตะ)

And keep talking that mess, that's fine
Could you walk and talk, at the same time?
And it's my name that's on that jag
So go move your bags, let me call you a cab
มัวแต่ยืนพล่ามอยู่นั่นแหละ ..ก็ได้
แต่ช่วยเดินไปคุยไปดีกว่าไหม
ส่วนรถจากัวร์นั่นะชื่อฉันนะ
เพราะฉะนั้น ลากกระเป๋านายไปแล้วฉันจะปราณีช่วยเรียกแท็กซี่ให้

Standing in the front yard, telling me
How I'm such a fool, talking 'bout
How I'll never ever find a man like you .. you got me twisted
นายยืนในอยู่ส่วนหน้าบ้าน
แล้วก็บอกฉันว่า ฉันนั้นช่างบ้าสิ้นดี ฉันไม่มีวันหาผู้ชายอย่างเขาได้อีก
นายนี่ทำให้เวียนหัวจริงๆ


You must not know 'bout me
You must not know 'bout me
I could have another you in a minute
Matter fact, he'll be here in a minute (baby)
นายคงจะไม่รู้จักฉันหรอก
นายนะไม่รู้จักฉันหรอก
ฉันนะสามารถที่จะหาผู้ชายคนใหม่ได้ใน 1 นาที
อันที่จริง เค้าคนนั้นจะมาปรากฎกายตรงนี้ในไม่กี่นาที

You must not know 'bout me

You must not know 'bout me
I could have another you by tomorrow
So won't you ever for a second get to thinkin'

You're irreplaceable
นายคงจะไม่รู้จักฉันหรอก
นายนะไม่รู้จักฉันหรอก
ฉันสามารถหาคนใหม่ได้ภายในวันพรุ่งนี้
ดังนั้น เธอไม่ต้องเสียเวลาที่คิดแม้สักวินาทีเดียวเลยว่า
ไม่มีใครสามารถมาแทนเธอได้

So go ahead and get gone
Call up that chick, and see if she's home
Oops I bet you thought, that I didn't know
What did you think
I was putting you out for?
Because you was untrue
Rolling her around in the car that I bought you
Baby, drop them keys
Hurry up, before your taxi leaves
รีบๆไสหัวไปเลย
โทรหายัยตัวดีของนาย ดูว่าหล่อนอยู่บ้านหรือเปล่า
อุ๊บส์ .. ฉันพนันว่านายคงจะคิดว่าฉันหูตามืดบอดละสินะ
นายคิดอะไร .. ทำไมฉันถึงได้ทิ้งนายนะเหรอ ?
ก็เพราะว่านายนะมันตลบตะแลง
พานังตัวดีมาจ้ำจี้กันในรถที่ฉันซื้อให้นาย
กรุณาคืนกุญแจรถมาด้วย
แล้วก็รีบๆเลย ก่อนที่แท็กซี่จะไม่รอ

Standing in the front yard, telling me
How I'm such a fool, talking 'bout
How I'll never ever find a man like you
You got me twisted
นายยืนในอยู่ส่วนหน้าบ้าน
แล้วก็บอกฉันว่า ฉันนั้นช่างบ้าสิ้นดี ฉันไม่มีวันหาผู้ชายอย่างเขาได้อีก
นายนี่ทำให้เวียนหัวจริงๆ

You must not know 'bout me
You must not know 'bout me
I could have another you in a minute
Matter fact, he'll be here in a minute (baby)
นายคงจะไม่รู้จักฉันหรอก
นายนะไม่รู้จักฉันหรอก
ฉันนะสามารถที่จะหาผู้ชายคนใหม่ได้ใน 1 นาที
อันที่จริง เค้าคนนั้นจะมาปรากฎกายตรงนี้ในไม่กี่นาที

You must not know 'bout me
You must not know 'bout me
I can have another you by tomorrow
So don't you ever for a second get to thinkin'
You're irreplaceable (irreplaceable)
นายคงจะไม่รู้จักฉันหรอก
นายนะไม่รู้จักฉันหรอก
ฉันสามารถหาคนใหม่ได้ภายในวันพรุ่งนี้
ดังนั้น เธอไม่ต้องเสียเวลาที่คิดแม้สักวินาทีเดียวเลยว่า
ไม่มีใครสามารถมาแทนเธอได้

So since I'm not your everything (irreplaceable)
How about I'll be nothing (nothing)? Nothing at all to you (nothing, nothing)
Baby I won't she'd a tear for you (I won't she'd a tear for you)
I won't lose a wink of sleep (a wink of sleep)
'Cause the truth of the matter is (truth is)
Replacing you is so easy
ตั้งแต่ที่ฉันไม่ได้เป็นทุกสิ่งของนาย
เอาเป็นว่าไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกันเลยสักนิด
ที่รัก (ยี้) .. ฉันไม่มีวันเสียน้ำตาให้นายหรอก
ฉันจะไม่เสียเวลานอนหลับของฉันเพราะมัวแต่เพ้อถึงนายหรอก
เพราะความจริงของความจริงก็คือ
หาคนมาแทนนายนะมันง๊าย ง่าย >_<
To the left, to the left.
To the left, to the left.
Mmmmm
To the left, to the left.
Everything you own in the box to the left
เชิญทางซ้าย เชิญทางซ้าย
ไปทางซ้ายเลย ไปทางซ้าย
ฮึ่ม ๆ
ทางซ้ายโว้ย ทางซ้าย
บรรดาข้าวของของนายอยู่ในกล่องทางซ้ายโน่น


To the left, to the left.
Don't you ever for a second get to thinking
You're irreplaceable
ไปทางซ้ายเลย ไปทางซ้าย 
อย่าแม้แต่จะคิดว่านายนะหาใครมาแทนไม่ได้

You must not know 'bout me
You must not know 'bout me
I can have another you in a minute
Matter fact, he'll be here in a minute (baby)
นายคงจะไม่รู้จักฉันหรอก
นายนะไม่รู้จักฉันหรอก
ฉันนะสามารถที่จะหาผู้ชายคนใหม่ได้ใน 1 นาที
อันที่จริง เค้าคนนั้นจะมาปรากฎกายตรงนี้ในไม่กี่นาทีนี้แหละตัวเธอว์

You must not know 'bout me
You must not know 'bout me
I can have another you by tomorrow
So don't you ever for a second get to thinkin'
You must not know 'bout me (baby)
You must not know 'bout me
I could have another you in a minute
Matter fact, he'll be here in a minute
นายคงจะไม่รู้จักฉันหรอก
นายนะไม่รู้จักฉันหรอก
ฉันสามารถหาคนใหม่ได้ภายในวันพรุ่งนี้
ดังนั้น เธอไม่ต้องเสียเวลาที่คิดแม้สักวินาทีเดียวเลย
นายคงจะไม่รู้จักฉันหรอก
นายนะไม่รู้จักฉันหรอก
นายคงจะไม่รู้จักฉันหรอก
ฉันนะสามารถที่จะหาผู้ชายคนใหม่ได้ใน 1 นาที
อันที่จริง เค้าคนนั้นจะมาปรากฎกายตรงนี้ในไม่กี่นาทีนี้แหละ

You can pack all your bags we're finished (you must not know 'bout me)
'Cause you made your bed now lay in it (you must not know 'bout me)
I could have another you by tomorrow
Don't you ever for a second get to thinkin'
You're irreplaceable
นายเก็บกระเป๋านายได้เลย เราไม่มีเรื่องต้องคุยกันแล้ว
ก็เธอทำตัวเธอเอง อย่ามาโทษฉันนะ
อย่างฉันจะหาคนอย่างเธอพรุ่งนี้ก็ได้
อย่าได้คิดว่าเธอนะมันหาที่แทนไม่ได้ .. โว้วๆ

--------------------------------------------------------------


Credit เนื้อเพลงตอนจบ (หมดปัญญาจะแปลเอง)
 http://streetenglish.exteen.com/20071030/irreplaceable-beyonce




Translate "Because you love me - Celine Dion"

Because you love me lyric
Translate to Thai by OB-1_keNobii
For all the truth that you made me see
For all the joy you brought to my life
For all the wrong that you made right
For every dream you made come true
For all the love I found in you
I'll be forever thankful baby
You're the one who held me up
Never let me fall
You're the one who saw me through through it all
ตลอดเวลาที่คุณเคียงข้างฉัน
ทุกความจริงที่คุณทำให้ฉันเห็น
ทุกความสุขที่คุณนำพามาสู่ชีวิตฉัน
ทุกความผิดที่คุณคอยแก้ไขให้ฉัน
ทุกความฝันที่คุณทำให้มันเป็นจริง
ความรักทั้งหมดที่ฉันได้รับจากคุณ
ฉันคงจะรู้สึกขอบคุณคุณตลอดไป
คุณคือคนที่ประคองฉันไว้ ไม่เคยปล่อยให้ฉันล้มลง
..คุณคือคนที่มองเห็นตัวตนที่แท้จริงของฉัน อย่างที่ฉันเป็น


You were my strength when I was weak
You were my voice when I couldn't speak
You were my eyes when I couldn't see
You saw the best there was in me
Lifted me up when I couldn't reach
You gave me faith 'coz you believed
I'm everything I am
,Because you loved me

คุณ คือ ความแข็งแกร่งเมื่อฉันอ่อนแอ
คุณ คือ เสียงของฉันเมื่อฉันไม่สามารถพูดได้
คุณ คือ ดวงตาของฉันเมื่อฉันมองไม่เห็น
คุณมองเห็นสิ่งที่ดีที่สุดภายในตัวฉัน
คอยเป็นแรงใจ เมื่อไม่สามารถบรรลุสิ่งใดได้อย่างหวัง
คุณมอบศรัทธาแก่ฉัน เพราะคุณเชื่อมัน
ฉันเป็นอย่างที่ฉันเป็น เพราะ คุณรักในตัวตนของฉัน
You gave me wings and made me fly
You touched my hand I could touch the sky
I lost my faith, you gave it back to me
You said no star was out of reach
You stood by me and I stood tall
I had your love I had it all
I'm grateful for each day you gave me
Maybe I don't know that much
But I know this much is true
I was blessed because I was loved by you
คุณมอบปีกแก่ฉันและทำให้ฉันบินได้
คุณแตะมือฉันและฉันสามารถสัมผัสฟากฟ้าได้
เมื่อฉันขาดศรัทธา คุณก็ทำให้ฉันกลีบมาศรัทธาอีกครั้ง
คุณบอกว่า ไม่มีดาวดวงใดที่เกินเอื้อม
เมื่อคุณอยู่ข้างฉัน ฉันสามารถไปได้สูงกว่าเดิม
ฉันได้รักทั้งหมดจากคุณ
ฉันยินดีกับทุกสิ่งที่คุณให้ฉัน
ฉันอาจไม่รู้เรื่องนี้มากนัก
แต่ฉันรู้ว่าเรื่องนี้เป็นความจริง
ฉันได้รับพร เพราะ ว่าคุณรักฉัน

You were my strength when I was weak
You were my voice when I couldn't speak
You were my eyes when I couldn't see
You saw the best there was in me
Lifted me up when I couldn't reach
You gave me faith 'coz you believed
I'm everything I am
Because you loved me

คุณ คือ ความแข็งแกร่งเมื่อฉันอ่อนแอ
คุณ คือ เสียงของฉันเมื่อฉันไม่สามารถพูดได้
คุณ คือ ดวงตาของฉันเมื่อฉันมองไม่เห็น
คุณมองเห็นสิ่งที่ดีที่สุดภายในตัวฉัน
คอยเป็นแรงใจ เมื่อไม่สามารถบรรลุสิ่งใดได้อย่างหวัง
คุณมอบศรัทธาแก่ฉัน เพราะคุณเชื่อมัน
ฉันเป็นอย่างที่ฉันเป็น เพราะ คุณรักในตัวตนของฉัน
You were always there for me
The tender wind that carried me
A light in the dark shining your love into my life
You've been my inspiration
Through the lies you were the truth
My world is a better place because of you
คุณยังคงอยู่กับฉันเสมอ
สายลมอันอ่อนโยนที่โอบอุ้มฉัน
แสงสว่างฉายให้ฉันเห็นรักของคุณท่ามกลางความมืดมน
คุณยังคงเป็นแรงบัดาลใจของฉันเสมอ
คุณคือความจริงท่ามกลางสิ่งลวง
โลกใบนี้เป็นที่ที่ดีกว่าเสมอ เพราะว่าคุณ
You were my strength when I was weak
You were my voice when I couldn't speak
You were my eyes when I couldn't see
You saw the best there was in me
Lifted me up when I couldn't reach
You gave me faith 'coz you believed
I'm everything I am
Because you loved me

I'm everything I am …..
Because you loved me
คุณ คือ ความแข็งแกร่งเมื่อฉันอ่อนแอ
คุณ คือ เสียงของฉันเมื่อฉันไม่สามารถพูดได้
คุณ คือ ดวงตาของฉันเมื่อฉันมองไม่เห็น
คุณมองเห็นสิ่งที่ดีที่สุดภายในตัวฉัน
คอยเป็นแรงใจ เมื่อไม่สามารถบรรลุสิ่งใดได้อย่างหวัง
คุณมอบศรัทธาแก่ฉัน เพราะคุณเชื่อมัน
ฉันเป็นอย่างที่ฉันเป็น เพราะ คุณรักในตัวตนของฉัน

 ฉันเป็นอย่างที่ฉันเป็น …..
เพราะ คุณรักในตัวตนของฉัน



วันจันทร์ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2554

Plague Doctor

Hi hi .. กลับมาปรากฏร่างกันอีกรอบหลังจากหายไปนาน (นานมากด้วย) .. พอดีว่า วันนี้ได้อ่านเรื่องราวของ Assassin Creed 2 เลยพาลให้นึกถึงเรื่องของตัวละครหนึ่งในเกมที่ทำหน้าที่ขายยารักษาโรค โดยตัวละครที่ว่านี้เรียกกันว่า Plague Doctor ภาพลักษณ์ของ Plague Doctor ที่เราคุ้นๆกันนั้นจะแต่งกายด้วยชุดคลุมสีำดำหรือสีออกเข้มๆ สวมถุงมือ และสวมหน้ากากหน้าตาประหลาดที่มีจงอยปากเหมือนกับนก ก็เลยลองหาในกุ๊กเล่ดูแล้วบังเอิญไปเจอกระทู้นี้ เห็นว่าอธิบายได้กระจ่างพอสมควรก็เลยลอกเนื้อหามาแปะไว้ในบล็อกเราบ้าง

Plague Doctor

รายละเอียด
  • พวกเขามีชื่อว่า Plague doctor หรือ physici epidemeie ในภาษาอิตาลี หรือ pestmeesters ในภาษาดัชท์ และ Pestarzt ในภาษาเยอรมัน
  • เครื่องแบบประหลาดนี้จะประกอบไปด้วย หน้ากากที่มีจงอยปากยาว สวมเสื้อคลุมสีดำยาวคลุททั่วทั้งร่าง และไม้เท้า
  • ผู้ที่สวมชุดเหล่านี้ มีอาชีพเป็น แพทย์เฉพาะทางที่รักษาโรคกาฬโรค(Bubonic) ที่แพร่ระบาดอย่างหนักในยุคกลาง
  • เหล่าหมอกาดำจะ ได้รับการว่าจ้างจากหมู่บ้าน หรือ เมือง ที่กาฬโรคกำลังระบาด ให้เข้ามาทำการรักษาผู้คนในเมืองไม่ว่ายากดีมีจน
  • หมอกาดำ เหล่านี้เป็นพวก แพทย์ชั้นสอง( คือเป็นพวกไม่ประสบความสำเร็จในการเป็นหมอปกติ หรือ พวกไม่จบการศึกษาหลักสูตรแพทย์ศาสตร์)
  • แต่ จากงานที่มีความเสี่ยงสูงมาก เหล่าหมอกาดำเป็นที่ต้องการอย่างมาก ในช่วงที่มีการระบาดของกาฬโรคครั้งใหญ่ในยุโรป ได้ค่าจ้างสูงกว่าหมอปกติถึง 4 เท่า บางพื้นที่มีการจับตัวหมอกาดำไปเรียกค่าไถ่กันทีเดียว
  • ถาม ว่างานนี้เสี่ยงขนาดไหน ขอยกตัวอย่าง การระบาดของกาฬโรคในเมือง Avignon พระสันตะปาปา Clement ที่ 6 ได้ว่าจ้าง หมอกาดำ 18 คน จาก Venice แต่มีหมอกาดำเพียงคนเดียวเท่านั้นที่เหลือรอดจากภาระกิจนี้ โดย 5 คนตายจากกาฬโรค 12คนหายสาบสูญไปคาดว่าหลบหนีไป
  • การให้คำแนะนำ บางอย่างก็เป็นเรื่องถูกต้อง และช่วยระงับการแพร่ระบาดของ กาฬโรค ในอดีต เช่น แนะนำให้ดื่มน้ำต้มสะอาด นอนบนที่นอนที่ปูด้วยผ้าสะอาด เป็นต้น


ความหมาย และความเชื่อเกี่ยวกับเครื่องแบบ ประหลาด
  • โดยหน้ากากที่มีจงอยปากยาว โดยมีความเชื่อว่าจงอยปากยาวนี้สามารถกรองสี่งชั่วร้าย และเชื้อโรคได้ ภายในจงอยปากยาวนี้จะบรรจุด้วย การบูร , สะระแหน่ , กระเทียม , ฟองน้ำชุบน้ำส้มสายชู เพื่อใช้กรองเชื้อโรค
  • เสื้อคลุมสีดำมีที่คลุมศีรษะ(Hood) ทำจากผ้าหนาลงไข (Wax) เพื่อกันความหนาวและน้ำ
  • บริเวณดวงตาเป็นกระจก สามารถเปิด-ปิดได้
  • สวมกางเกงหนัง อยู่ใต้เสื้อคลุมยาว
  • ไม้เท้าที่ถือในเมือใช้ในการรักษาผู้ป่วยโดยไม่ต้องสัมผัสตัวผู้ป่วย

-------------------------------------------------------------------
Credit : http://en.wikipedia.org/wiki/Plague_doctor
http://wowboom.blogspot.com/2011/03/plague-doctor.html

วันอังคารที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2553

บ้า POP


เพิ่งจะได้มีโอกาสไปดู Prince of Persia : The sand of time มากับบรรดาสหาย .. หลังจากหนังจบแต่อารมณ์มันดันไม่จบ บ้าเจ้าชายแดสตันเข้าขั้น ก็เลยหาเพลงมาฟัง แล้วก็เลยอยากเอามาแบ่งปันให้เพื่อนๆได้ฟังกัน
..
.. ไม่ต้องพูดพร่ำทำเพลง ไปโหลดมาฟังกันเลย ^^



D O W N L O A D